วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิทยาศาสตร์

                  
น้ำแข็งเต้นรำ

อุปกรณ์

1.  ขวดหรือแก้วทรงสูง
2.  น้ำมันพืช
3.  น้ำแข็งก้อน (อาจใส่สีผสมอาหารลงในน้ำที่ใช้ทำน้ำแข็งจะเห็นได้ง่ายขึ้น)

วิธีทำ

1.  เติมน้ำมันลงในแก้ว
2.  ใส่น้ำแข็งก้อนลงในแก้ว น้ำแข็งจะลอยอยู่ในน้ำมัน
3.  สังเกตเมื่อน้ำแข็งละลาย





สิ่งที่เกิดขึ้น
       กิจกรรมนี้เป็นการอธิบายเรื่องความหนาแน่น โดยความหนาแน่นเป็นค่าที่ได้จากน้ำหนักมวลต่อปริมาณ เช่นน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตรมีน้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม เพราะฉะนั้นความหนาแน่นเท่ากับ1,000 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ เมื่อกลายเป็นน้ำแข็งจะมีค่าความหนาแน่นน้อยกว่า
          เมื่อคุณใส่วัตถุใดๆลงในของ เหลวจะมีแรง 2 ตัวกระทำต่อวัตถุนั้น ได้แก่ แรงโน้มถ่วงที่จะดึงวัตถุนั้นลง และแรงยกตัวที่จะดันวัตถุนั้นขึ้น วัตถุนั้นจะลอยหรือจมในของเหลวขึ้นอยู่กับความหนาแน่นโดย ?วัตถุที่มีความหนา แน่นน้อยกว่าของเหลวจะลอยแต่ถ้าความหนาแน่นมากกว่าของเหลวจะจม? น้ำแข็งและน้ำมันพืชมีความหนาแน่นใกล้เคียงกัน (ประมาณ 920 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดังนั้นน้ำแข็งจะลอยปริมอยู่ในน้ำมันพืชแต่เมื่อน้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำที่ มีความหนาแน่นมากกว่าน้ำมันดังนั้นหยดน้ำจะจมลงโดยดึงน้ำแข็งลงมาด้วยในตอน แรกแต่เมื่อหยดน้ำหลุดจากน้ำแข็งแล้วจมลง ขณะที่ก้อนน้ำแข็งจะลอยกลับขึ้นไปที่ผิวหน้าอีกครั้ง


วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

Excel

EXCLE

โปรแกรม Microsoft Excel คืออะไร
โปรแกรม Microsoft Excel เป็นโปรแกรมหนึ่ง ที่จัดอยู่ในชุด Microsoft Office โปรแกรม MS Excel มีชื่อเสียงในด้าน การคำนวณเกี่ยวกับตัวเลข และการทำบัญชี ต่าง ๆ การทำงานของโปรแกรม ใช้ตารางตามแนวนอน (rows) และแนวตั้ง (columns) เป็นหลัก ซึ่งเราเรียกโปรแกรมในลักษณะนี้ว่าเป็น Spread Sheet.
บางคนใช้โปรแกรม MS Excel สำหรับการพิมพ์ตาราง การพิมพ์รายการสิ่งของต่าง ๆ ที่มีการรวมเงิน หรือตัวเลข หรือมีการคำนวนอย่างง่าย บางคนใช้โปรแกรมนี้ เพื่อวิเคราะห์แบบสอบถาม หาค่าเฉลี่ย และค่าสถิติต่าง ๆ เป็นต้น
ในบทเรียนนี้ จะเป็นการสอนการใช้งานเบื้องต้น และถ้าได้รับการตอบรับอย่างดี อาจจะมีภาค 2 ซึ่งเป็นการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้น ตลอดจนการใช้ VBA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโปรแกรมให้มากขึ้น

เกร็ดคววามรู้

                     






Image representing Blogger (service) as depicted in CrunchBase
1. Blogger เป็นพวก “ติดเน็ต”
Blogger จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้า computer เพื่ออ่าน Blog ของคนอื่น, ค้นคว้าเรื่องที่ตนเองสนใจ ฯลฯ ขาดเน็ตประหนึ่งขาดใจ เป็นพวกที่ถ้าหากว่าจะออกจากบ้าน ไปที่ไหนซักแห่ง สิ่งแรกที่คิดถึง คือ “ที่นั่น มีเน็ตหรือเปล่า” หุหุ  คุณล่ะครับ ติดเน็ตหรือยัง
2. Blogger บ้าเขียน เป็นชีวิตจิตใจ
เขียน เขียน เขียน Blogger ส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานด้านการเขียน ที่ดีพอในระดับหนึ่งครับ จริงๆ แล้ว การมี Blog ปัจจุบัน ก้าวข้ามข้อจำกัดพื้นฐานเรื่องการเขียนไปแล้วครับ เพราะว่าการมี Blog สมัยนี้ สามารถใส่สื่อต่างๆ ลงไปได้ แต่สิ่งที่จำเป็นสุดๆ คือ “Blogger จะต้องมีทักษะด้านการสื่อสารที่ดี” เพราะหากเขียนไม่ได้ แต่เล่าเรื่องเก่ง ก็สามารถทำ Video Blogging (Vlog) ได้แล้วครับ ถามตัวคุณเองสิครับว่า ”คุณคุยกับชาวบ้านรู้เรื่องหรือเปล่า” ถ้าคุยรู้เรื่อง คุณก็ผ่านข้อนี้
3. Blogger รักที่จะทำ Blog ของเขาจากใจจริง
Blogger ระดับแนวหน้าของโลก ยังพูดความจริงข้อนี้เสมอครับ ดังคำกล่าวที่ว่า ” Do what you love, Money will follow” หลายๆ คนที่หันมาทำ Blog จุดประสงค์แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้ว คนที่อึดกว่า ย่อมได้เปรียบ ดังนั้น ถ้าคุณทำในสิ่งที่คุณรัก และ ชอบ คุณก็จะทำมันได้อย่างมีความสุข และยากมากที่จะหมดไฟ ในการทำ Blog คุณมีเรื่องที่ทำแล้วมีความสุขแล้วหรือยัง
4. Blogger จะรู้สึกดีเมื่อได้เขียน Blog ของเขา
ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว สิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข แล้วคุณรู้สึกดีได้หรือไม่ เมื่อได้แบ่งปันความสุขของคุณให้คนอื่นได้รับรู้ “ผู้ให้ย่อมได้รับ” ถ้าคุณพร้อมที่จะให้สิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขได้แล้ว ผมก็เชื่อเหลือเกินว่า มีคนอีกจำนวนไม่น้อยครับ ที่สามารถรับรู้ ความสุขจากสิ่งที่คุณบอกเล่าผ่าน Blog ของคุณได้
5. Blogger เป็นพวกที่ขยันเรียนรู้ เทคโนโลยี ใหม่ๆ เสมอ
Blog เป็นเรื่องบน Internet อยู่แล้วครับ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ Blogger จะต้องพยายามเรียนรู้เรื่องราวของเทคโนโลยี อาจจะไม่ต้องมากถึงขนาดเป็น Programmer หรอกนะครับ เอฟแนะนำว่า แค่เรียนรู้เทคโนโลยีที่เราต้องนำมาใช้งานเพื่อสร้างสรรค์ Blog ของเราให้ได้อย่างมีคุณภาพ และ ประสิทธิภาพแค่นั้นก็ได้ครับ
6. Blogger มีความเป็นผู้นำอยู่ในตัว
Blogger คือกลุ่มคนผู้นำเสนอสิ่งที่ตนเองชื่นชอบออกมาบนโลกออนไลน์ เพื่อให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่าตัวตนของเขาจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ชื่นชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ดังนั้นเมื่อคุณจะเป็น Blogger คุณต้องกล้าพอที่จะเล่าเรื่องที่คุณอยากจะบอกให้โลกได้รับรู้ เพราะถ้าคุณไม่กล้าพอที่จะเล่าเรื่องที่คุณคิด คุณก็จะทำได้แค่ เล่าเรื่องที่ฟังเขามาอีกที แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าบ้าน (Blog) ของคุณ กลายเป็นที่แสดงความคิดเห็นของคนอื่น (ฟังเขามา) Blogger คือผู้ที่กล้าลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอด้วยครับ แล้วคุณล่ะ กล้าพอหรือเปล่า
คุณสมบัติ 6 ข้อนี้ ถ้าคุณมีครบ อย่ามัวรีรอเลยครับ โลกแห่ง Blog (Bloggosphere) กำลังรอคนดี มีฝีมือ อย่างคุณ มาเติมสีสรร อยู่
เริ่มต้นเขียน Blog เถิดครับ ท่าน Blogger ระดับเทพ





คณิตศาสตร์
เคมี
จิตวิทยา
ชีววิทยา
ดารา ศาสตร์
ทั่ว ไป
ธรณี วิทยา
นิเวศน์ วิทยา
โบราณคดี
ประวัติ ศาสตร์
แพทย ศาสตร์
ฟิสิกส์
มนุษยศาสตร์
วิศวกรรม ศาสตร์
สถิติศาสตร์
อุตุ นิยมวิทยา

Microsoft Access

ไมโครซอฟท์ แอคเซส ( Microsoft Access)

             เป็นโปรแกรมประเภทโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ที่ทำกันในสำนักงาน หรือองค์กรขนาดเล็ก ซึ่งสามารถเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ออกแบบฟอร์มเก็บข้อมูล ออกแบบแบบสอบถาม (Query) ออกแบบและพิมพ์รายงาน จัดทำเว็บไซต์ในการรับ/ส่ง ข้อมูล (มีถึง ไมโครซอฟท์ แอคเซส รุ่น 2003) และยังสามารถเขียนกลุ่มโปรแกรม (แมโคร และ มอดูล) ของ วิชวลเบสิก เพื่อใช้ในการทำงานได้ และสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server ได้ด้วย

ตอนที่ 1 : หัดสร้างตาราง และใช้งาน
http://www.thaiall.com/

ตอน 1.1 : 2 table อย่างง่าย : เพราะจุดเริ่มต้นของ Access คือการเก็บข้อมูล
ตอน 1.2 : 2 query อย่างง่าย : เรื่องนี้จะช่วยให้การเรียกข้อมูลง่ายดังใจนึก
ตอน 1.3 : สร้าง เพิ่มอีก 6 table : เพื่อฝึกฝน และย้ำความเป็นระบบฐานข้อมูลให้ชัดเจนขึ้น
ตอนที่ 2 : เริ่มโปรแกรมเบื้องต้น
ตอน 2.1 : เขียน Module 1 : ใช้ประสบการณ์เดิมศึกษาการคำนวณตามทฤษฎีของการโปรแกรมโครงสร้าง
ตอน 2.2 : เขียน Module 2 : ศึกษาการใช้ ฟังก์ชันพิเศษอื่น ร่วมในการเขียนโปรแกรม
ตอน 2.3 : เขียน Module 3 : ศึกษาการทำซ้ำซ้อนกัน .. อาจยากที่สุด แต่บริษัทต่าง ๆ ชอบใช้วัดคนเข้าทำงาน
ตอน 2.4 : เขียน Module 4 : ศึกษาวิธีการเลือกข้อมูลมาใช้ด้วย if หรือ select
ตอน 2.5 : เขียน Module 9 : หาอายุ และเปลี่ยนปีไทย เป็นฝรั่ง (ศึกษาจากกรณีของชุติกร)
ตอนที่ 3 : เรียนรู้ sql เพื่อจะได้ประยุกต์ใช้ต่อไป
:: หัวข้อนี้อาจลึกไปสำหรับหลาย ๆ คน ข้ามไปก็ได้นะครับ .. เพราะอาจไม่ต้องใช้ก็ได้
ตอน 3.1 : เขียน Module 5 : ศึกษาการอ่านข้อมูลจากตารางด้วย select
ตอน 3.2 : เขียน Module 6 : ศึกษาการเพิ่มข้อมูลด้วย insert
ตอน 3.3 : เขียน Module 7 : ศึกษาการลบข้อมูลด้วย delete
ตอน 3.4 : เขียน Module 8 : ศึกษาการแก้ไขข้อมูลด้วย update
ตอนที่ 4 : เรียนรู้ Form บันทึกข้อมูล และปุ่ม (อย่างง่ายตารางเดียว)
ตอน 4.1 : form เปิดตาราง 1 : นำตาราง table:catalog มาเปิดในฟอร์ม
ตอน 4.2 : form เปิดตาราง 2 : สร้างปุ่มประกอบฟอร์มข้างต้น เช่น first,previous,next,last,new เป็นต้น
ตอน 4.3 : form เปิดตาราง 3 : สร้างปุ่มเต็มจอ พร้อมตัวอย่างการปรับแต่งอย่างง่าย ด้วยสี่เหลี่ยมมีเงา
ตอนที่ 5 : ใช้ form ปรับปรุงข้อมูล (หัวข้อนี้ ท่านอาจประยุกต์ได้หลากหลาย)
ตอน 5.1 : เพิ่ม ข้อมูล ผ่าน form : ใช้วิธีเก็บข้อมูลใน text box แล้วถามยืนยัน ว่าแน่นอนหรือไม่
ตอน 5.2 : เพิ่ม โดยใช้ temp file : เพิ่มข้อมูล เข้า catalogtmp เมื่อยืนยัน จึงจะส่งไปใน catalog